ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สิงห์ชมพู สูตร 6-3-3 ตัวนี้จะแตกต่างจากสูตรสิงห์ส้มและสิงห์เขียวอย่างชัดเจนครับ โดยจะถูกวางตำแหน่งเป็น "ปุ๋ยสูตรพื้นฐาน" หรือ "ปุ๋ยบำรุงต้นระยะยาว" ที่เน้นความสมดุลและการปรับสภาพดินเป็นหลักครับ
นี่คือรายละเอียดเจาะลึกของสูตรสิงห์ชมพูครับ:
ธาตุอาหารหลัก (N-P-K): 6-3-3
ไนโตรเจน (N) 6%: อยู่ในระดับปานกลาง ช่วยให้พืชเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ ไม่พุ่งพรวดจนอ่อนแอ
ฟอสฟอรัส (P) 3%: ช่วยในการพัฒนาระบบรากให้แข็งแรง
โพแทสเซียม (K) 3%: ช่วยในการลำเลียงสารอาหารและสร้างความต้านทานโรค
อินทรียวัตถุ (Organic Matter - OM): สูตรนี้มักจะมีสัดส่วนของ อินทรียวัตถุเข้มข้น สูงกว่าสูตรเคมีสูงๆ ซึ่งช่วยปรับโครงสร้างดินได้ดีเยี่ยม ทำให้ดินร่วนซุย ลดการสะสมของสารเคมีในดิน
เน้นความแข็งแรงจากภายใน: ธาตุอาหาร 6-3-3 อาจจะดูไม่สูงเท่าสูตรอื่น แต่จุดเด่นคือการทำให้พืช "แกร่ง" ลำต้นเหนียว ทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและแมลงได้ดีกว่าปุ๋ยเร่งโต
ฟื้นฟูดินที่เสื่อมสภาพ: เหมาะสำหรับดินที่ใช้สารเคมีมานานจนดินแข็ง สูตรนี้จะช่วยเพิ่มจุลินทรีย์และคืนชีวิตให้ดิน
การปลดปล่อยธาตุอาหารแบบต่อเนื่อง: พืชจะได้รับสารอาหารอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ ลดปัญหาการ "น็อกปุ๋ย" หรือใบไหม้จากการใส่ปุ๋ยเกิน
ปุ๋ยสูตร 6-3-3 คือสูตร "สารพัดประโยชน์" เหมาะกับ:
พืชเริ่มปลูก / ต้นกล้า: ใช้รองพื้นก้นหลุมได้ดีมาก เพราะไม่เค็มเกินไปจนกัดรากอ่อน ช่วยให้รากเดินดี
การบำรุงระยะยาว: เหมาะกับไม้ผลหรือไม้ยืนต้นที่ต้องการให้โตแบบมั่นคง ไม่เน้นเร่งผลผลิตในทันทีแต่เน้นให้ต้นสมบูรณ์
พืชผักสวนครัว: สำหรับเน้นทานเองที่ต้องการความปลอดภัยและเน้นอินทรียวัตถุสูง
ใช้ควบคู่กับปุ๋ยเคมี: เกษตรกรหลายคนใช้สูตร 6-3-3 เป็นตัวยืนพื้นเพื่อรักษาหน้าดิน แล้วค่อยเสริมสูตรส้มหรือเขียวตามระยะ
การรองพื้น: ใส่ 50-100 กรัมต่อหลุมปลูก ช่วยให้ต้นกล้าตั้งตัวไว
การบำรุงทั่วไป: * ไม้กระถาง: 1-2 ช้อนโต๊ะ ทุกๆ 15-30 วัน
พืชไร่/นาข้าว: 50 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อปรับสภาพดินก่อนไร่หรือช่วงบำรุงต้น
ข้อแนะนำ: สูตรนี้เห็นผลช้ากว่าสูตร 12-4-4 แต่จะเห็นผลในระยะยาวว่าต้นไม้จะมีสีเขียวธรรมชาติและใบหนาแข็งแรงกว่า