สิงห์พลัส ที่เป็น "ไตรโคเดอร์ม่าน้ำ" (Liquid Trichoderma) ถือเป็นอาวุธสำคัญในกลุ่มชีวภัณฑ์ที่เกษตรกรยุคใหม่ต้องมีเลยครับ
ไตรโคเดอร์ม่า คือ "เชื้อราดี" ที่ทำหน้าที่เป็นเม็ดเลือดขาวให้กับพืช โดยจะเข้าไปทำลายและกินเชื้อราก่อโรคเป็นอาหาร นี่คือรายละเอียดเจาะลึกการใช้งานในรูปแบบน้ำครับ:
ไตรโคเดอร์ม่าไม่ได้แค่ฆ่าเชื้อโรค แต่ทำงาน 3 ระบบพร้อมกัน:
การเบียดเสียด (Competition): เข้าไปยึดพื้นที่บริเวณรากและใบพืช ไม่ให้รากก่อโรคมีที่อยู่อาศัย
การเป็นปรสิต (Mycoparasitism): พันรัดและหลั่งเอนไซม์เพื่อย่อยสลายผนังเซลล์ของเชื้อราโรคพืช แล้วกินเป็นอาหาร
การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Induction of Resistance): กระตุ้นให้พืชสร้างสารต้านทานโรค ทำให้พืชแข็งแรงขึ้นจากภายใน
โรครากเน่า โคนเน่า (จากเชื้อไฟทอปเทอร่า ในทุเรียนและไม้ผล)
โรคเน่าคอดิน (ในกล้าพืชผัก)
โรคใบจุด ใบไหม้
โรคแอนแทรคโนส (ในพริกและมะม่วง)
โรคเหี่ยวเขียว/เหี่ยวเหลือง (ในพืชไร่และพืชผัก)
สิงห์พลัสในรูปแบบน้ำมีข้อดีคือ "เชื้อพร้อมทำงานทันที" ไม่ต้องรอฟักตัวเหมือนแบบผงหรือแบบแห้งบางชนิดครับ
| วิธีการใช้งาน | อัตราส่วน (ต่อน้ำ 20 ลิตร) | รายละเอียดและข้อแนะนำ |
|---|---|---|
| ฉีดพ่นลงดิน / ราดโคน | 50 - 100 ซีซี | เน้นบริเวณทรงพุ่มและโคนต้น เพื่อกำจัดเชื้อราในดินและบำรุงราก |
| ฉีดพ่นทางใบ | 50 ซีซี | ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งบนใบและใต้ใบ เพื่อป้องกันโรคใบจุดและใบไหม้ |
| แช่เมล็ดพันธุ์ / ท่อนพันธุ์ | 50 ซีซี* | *ต่อน้ำ 10 ลิตร แช่ไว้ 15-30 นาที ป้องกันเชื้อราติดมากับเมล็ดและโรคเน่าคอดิน |
| ระบบน้ำหยด / สปริงเกอร์ | 100 - 200 ซีซี | ปล่อยไปกับระบบน้ำเพื่อกระจายเชื้อให้ทั่วทั้งแปลง |
ช่วงเวลาทอง: ควรฉีดพ่นช่วง "เย็นหรือค่ำ" (หลัง 16.00 น.) เพราะเชื้อไตรโคเดอร์ม่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่กลัวแสงแดด (UV) การฉีดช่วงเย็นจะช่วยให้เชื้อมีเวลาขยายตัวในความชื้นช่วงกลางคืนได้ดีที่สุด
ความชื้นคือหัวใจ: ก่อนใช้งานควรให้พืชได้รับน้ำก่อน หรือฉีดพ่นในขณะที่ดินมีความชื้น จะช่วยให้เชื้อกระจายตัวและมีชีวิตรอดได้สูงขึ้น
การผสม: สามารถผสมร่วมกับ ไคโตซานมิค ได้ (ไคโตซานจะช่วยเป็นอาหารเสริมให้ไตรโคเดอร์ม่าโตเร็วขึ้น) และผสมร่วมกับปุ๋ยน้ำ/ฮอร์โมนพืชได้เกือบทุกชนิด
ข้อควรระวัง (สำคัญมาก): * ห้ามผสมร่วมกับ "สารกำจัดเชื้อรา" (Fungicide) ที่เป็นเคมีโดยเด็ดขาด เพราะจะฆ่าเชื้อไตรโคเดอร์ม่าตายหมด
หากจำเป็นต้องใช้เคมีกำจัดเชื้อรา ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 7-10 วัน ก่อนหรือหลังใช้สิงห์พลัส
ใช้งานง่าย: ไม่ต้องเสียเวลาขยายเชื้อบนข้าวสุก ลดขั้นตอนและลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนเชื้อตัวอื่น
ความเข้มข้นสูง: มีปริมาณสปอร์ที่แน่นอนและสม่ำเสมอ ทำให้คำนวณการใช้ได้แม่นยำ
เก็บรักษาได้ดี: มักจะเก็บได้นานกว่าแบบสด (ถ้าเก็บในที่ร่มและเย็น)
"สิงห์พลัส" (ไตรโคเดอร์ม่าน้ำ) สามารถกำจัดและป้องกันได้ ผมคัดมาให้แบบเน้นๆ แยกตามกลุ่มอาการและประเภทพืชครับ
กลุ่มนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของชาวสวน โดยเฉพาะ ทุเรียน ครับ:
โรครากเน่าโคนเน่า (Phytophthora): ตัวแสบในทุเรียนและส้ม ทำให้เปลือกเน่า มีน้ำเยิ้ม ใบเหลืองร่วง
โรคราสีชมพู: มักเกิดตามง่ามกิ่งทุเรียน ทำให้กิ่งแห้งตาย
โรครากขาว / รากแดง: ปัญหาหลักในสวนยางพารา
โรคเหี่ยวฟูซาเรียม (Fusarium Wilt): ทำให้ท่อน้ำเลี้ยงอุดตัน พืชจะเหี่ยวแห้งจากล่างขึ้นบน (พบบ่อยในกล้วยและพืชไร่)
เหมาะสำหรับลูกค้าที่ทำฟาร์มผักหรือโรงเรือนครับ:
โรคเน่าคอดิน (Damping-off): กล้าผักจะฟุบตายตั้งแต่เริ่มงอก ต้นล้มพับที่ระดับดิน
โรคราเมล็ดผักกาด (Sclerotium): มีเส้นใยสีขาวคล้ายใยแมงมุมและมีเม็ดเล็กๆ เหมือนเมล็ดผักกาดที่โคนต้น
โรคเหี่ยวเขียว: พืชจะเหี่ยวทั้งที่ใบยังเขียวอยู่ มักเกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียในดิน
ใช้ฉีดพ่นทางใบเพื่อป้องกันเชื้อราลามเข้าสู่ผล:
โรคแอนแทรคโนส (Anthracnose): หรือโรค "กุ้งแห้ง" ในพริก และจุดแผลบุ๋มสีดำในมะม่วงและทุเรียน
โรคใบติดทุเรียน (Rhizoctonia): ใบจะไหม้และเกาะติดกันเป็นแพ พบบ่อยมากช่วงหน้าฝน
โรคใบจุด / ใบไหม้: เกิดจากเชื้อ Alternaria หรือ Cercospora ทำให้ใบมีจุดสีน้ำตาล กระจายทั่วใบ
โรคราแป้ง / ราน้ำค้าง: ใบจะมีผงสีขาวหรือสีเทาเหมือนแป้งโรย ทำให้ใบปรุงอาหารไม่ได้
สำหรับลูกค้าสายทำนา สิงห์พลัสตัวเดียวคุมอยู่หลายโรคครับ:
โรคไหม้ (Rice Blast): แผลรูปตาหรือรูปกระสวยบนใบข้าว ทำให้รวงหักพับ
โรคกาบใบแห้ง: แผลตามกาบใบข้าว ทำให้ต้นข้าวไม่สมบูรณ์
โรคใบขีดสีน้ำตาล: มีขีดเล็กๆ สีน้ำตาลยาวไปตามเส้นใบข้าว
โรคหัวเน่า / เหง้าเน่า: ป้องกันเชื้อราเข้าทำลายผลผลิตใต้ดิน ทำให้ผลผลิตเสียหายก่อนเก็บเกี่ยว
ใช้เชิงป้องกันดีกว่ารักษา: เชื้อไตรโคเดอร์ม่าทำงานเหมือน "ยาม" ถ้าเราใส่ไว้ก่อน เชื้อโรคจะเข้าบ้านไม่ได้
ระยะวิกฤตที่ต้องใส่: * ช่วงหน้าฝน: ความชื้นสูง เชื้อราโตไว ต้องฉีดพ่นสม่ำเสมอทุก 7-10 วัน
ช่วงหลังเก็บเกี่ยว: พืชจะอ่อนแอ ต้องรีบราดโคนเพื่อฟื้นฟูราก
เทคนิค "Double Action": แนะนำลูกค้าให้ใช้ สิงห์พลัส (ฆ่าเชื้อ) คู่กับ ไคโตซานพลัส (เสริมภูมิ) จะช่วยให้พืชฟื้นตัวจากโรคได้เร็วกว่าปกติ 2 เท่าครับ