สิงห์เขียว 4-4-12

สิงห์เขียว 4-4-12

ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 50 กิโลกรัม
1,145 บาท

 เน้นคุณภาพผลผลิต ควบคู่ฟื้นฟูดิน ไม่ให้โทรมจากการใช้เคมีหนักเกินไป

ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สิงห์เขียว สูตร 4-4-12 เป็นปุ๋ยในกลุ่ม "อินทรีย์เคมี" ซึ่งเป็นการรวมจุดเด่นของปุ๋ยเคมี (ปลดปล่อยธาตุอาหารเร็ว) และปุ๋ยอินทรีย์ (ปรับปรุงบำรุงดิน) เข้าด้วยกันครับ นี่คือรายละเอียดเชิงลึกของปุ๋ยสูตรนี้ครับ:

1. สัดส่วนธาตุอาหาร (Nutrient Composition)

  • ธาตุอาหารหลัก (N-P-K): 4-4-12

    • ไนโตรเจน (N) 4%: ช่วยในการเจริญเติบโตของใบและลำต้น

    • ฟอสฟอรัส (P) 4%: ช่วยเรื่องการสะสมอาหารและการสร้างราก

    • โพแทสเซียม (K) 12%: เป็นจุดเด่นของสูตรนี้ ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายน้ำตาลและแป้ง ช่วยเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มขนาด และเพิ่มความหวาน

  • อินทรียวัตถุ (Organic Matter - OM): โดยปกติปุ๋ยอินทรีย์เคมีมาตรฐานจะมี OM รับรองที่ 10% ขึ้นไป ซึ่งช่วยให้ดินร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดีขึ้น


2. จุดเด่นและคุณประโยชน์

  • การเพิ่มผลผลิต: ด้วยค่าโพแทสเซียมที่สูง (12) จึงเหมาะมากสำหรับช่วงที่พืชต้องการสร้างผลผลิต เช่น ช่วงขยายขนาดผล หรือช่วงสะสมแป้งในพืชหัว

  • การบำรุงดิน: ส่วนผสมของอินทรียวัตถุช่วยลดปัญหา "ดินกระด้าง" จากการใช้ปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยว ช่วยให้จุลินทรีย์ในดินทำงานได้ดีขึ้น

  • ธาตุอาหารรอง/เสริม: มักมีส่วนผสมของธาตุอาหารรอง เช่น แคลเซียม (Ca) และแมกนีเซียม (Mg) ที่ติดมากับวัตถุดิบอินทรีย์ ซึ่งช่วยให้พืชแข็งแรงและทนทานต่อโรคได้ดีกว่าปุ๋ยเคมีล้วน


3. เหมาะกับพืชชนิดใด?

ปุ๋ยสูตร 4-4-12 ถูกออกแบบมาเพื่อ "พืชให้ผล" และ "พืชลงหัว" เป็นหลัก:

  • ไม้ผล (ทุเรียน, มังคุด, เงาะ, ส้ม): ใช้ในช่วงขยายขนาดผล เพิ่มความหวาน และสร้างเนื้อ

  • พืชไร่ลงหัว (มันสำปะหลัง, เผือก, มันเทศ): ใช้ในช่วงลงหัวเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้งและน้ำหนัก

  • ยางพารา: ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของน้ำยางและทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่าย

  • ปาล์มน้ำมัน: ช่วยในการสร้างทะลายและเพิ่มน้ำหนักน้ำมัน


4. วิธีการใช้ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

  1. ช่วงเวลาที่ควรใส่: ใส่ในช่วงที่พืชเริ่มติดผล หรือช่วงที่พืชต้องการสะสมอาหารเพื่อสร้างผลผลิต (ไม่ควรใส่ในช่วงที่ต้องการเร่งใบเพียงอย่างเดียว)

  2. ปริมาณการใช้:

    • ไม้ผล: ประมาณ 2-5 กิโลกรัมต่อต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดทรงพุ่มและอายุต้น)

    • พืชลงหัว: ประมาณ 50 กิโลกรัมต่อไร่

  3. ข้อแนะนำเสริม: ควรใส่ในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ และควรพรวนดินกลบเพื่อป้องกันการสูญเสียธาตุอาหารและเพื่อให้อินทรียวัตถุคลุกเคล้ากับดินได้ดี

สั่งซื้อ / สอบถามเพิ่มเติม