เน้นคุณภาพผลผลิต ควบคู่ฟื้นฟูดิน ไม่ให้โทรมจากการใช้เคมีหนักเกินไป
ปุ๋ยอินทรีย์เคมี สิงห์เขียว สูตร 4-4-12 เป็นปุ๋ยในกลุ่ม "อินทรีย์เคมี" ซึ่งเป็นการรวมจุดเด่นของปุ๋ยเคมี (ปลดปล่อยธาตุอาหารเร็ว) และปุ๋ยอินทรีย์ (ปรับปรุงบำรุงดิน) เข้าด้วยกันครับ นี่คือรายละเอียดเชิงลึกของปุ๋ยสูตรนี้ครับ:
ธาตุอาหารหลัก (N-P-K): 4-4-12
ไนโตรเจน (N) 4%: ช่วยในการเจริญเติบโตของใบและลำต้น
ฟอสฟอรัส (P) 4%: ช่วยเรื่องการสะสมอาหารและการสร้างราก
โพแทสเซียม (K) 12%: เป็นจุดเด่นของสูตรนี้ ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายน้ำตาลและแป้ง ช่วยเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มขนาด และเพิ่มความหวาน
อินทรียวัตถุ (Organic Matter - OM): โดยปกติปุ๋ยอินทรีย์เคมีมาตรฐานจะมี OM รับรองที่ 10% ขึ้นไป ซึ่งช่วยให้ดินร่วนซุยและอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
การเพิ่มผลผลิต: ด้วยค่าโพแทสเซียมที่สูง (12) จึงเหมาะมากสำหรับช่วงที่พืชต้องการสร้างผลผลิต เช่น ช่วงขยายขนาดผล หรือช่วงสะสมแป้งในพืชหัว
การบำรุงดิน: ส่วนผสมของอินทรียวัตถุช่วยลดปัญหา "ดินกระด้าง" จากการใช้ปุ๋ยเคมีเชิงเดี่ยว ช่วยให้จุลินทรีย์ในดินทำงานได้ดีขึ้น
ธาตุอาหารรอง/เสริม: มักมีส่วนผสมของธาตุอาหารรอง เช่น แคลเซียม (Ca) และแมกนีเซียม (Mg) ที่ติดมากับวัตถุดิบอินทรีย์ ซึ่งช่วยให้พืชแข็งแรงและทนทานต่อโรคได้ดีกว่าปุ๋ยเคมีล้วน
ปุ๋ยสูตร 4-4-12 ถูกออกแบบมาเพื่อ "พืชให้ผล" และ "พืชลงหัว" เป็นหลัก:
ไม้ผล (ทุเรียน, มังคุด, เงาะ, ส้ม): ใช้ในช่วงขยายขนาดผล เพิ่มความหวาน และสร้างเนื้อ
พืชไร่ลงหัว (มันสำปะหลัง, เผือก, มันเทศ): ใช้ในช่วงลงหัวเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์แป้งและน้ำหนัก
ยางพารา: ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของน้ำยางและทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่าย
ปาล์มน้ำมัน: ช่วยในการสร้างทะลายและเพิ่มน้ำหนักน้ำมัน
ช่วงเวลาที่ควรใส่: ใส่ในช่วงที่พืชเริ่มติดผล หรือช่วงที่พืชต้องการสะสมอาหารเพื่อสร้างผลผลิต (ไม่ควรใส่ในช่วงที่ต้องการเร่งใบเพียงอย่างเดียว)
ปริมาณการใช้:
ไม้ผล: ประมาณ 2-5 กิโลกรัมต่อต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดทรงพุ่มและอายุต้น)
พืชลงหัว: ประมาณ 50 กิโลกรัมต่อไร่
ข้อแนะนำเสริม: ควรใส่ในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะ และควรพรวนดินกลบเพื่อป้องกันการสูญเสียธาตุอาหารและเพื่อให้อินทรียวัตถุคลุกเคล้ากับดินได้ดี