แคลเซียมโบรอน

แคลเซียมโบรอน

ผลิตภัณฑ์ น้ำ 500 ซีซี
230 บาท

แคลเซียมโบรอน (Calcium Boron) ตราแสนราชสีห์

"เสริมสร้างความแข็งแกร่ง ขั้วเหนียว ผลผลิตดก คุณภาพเกรดส่งออก"

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมพืชชนิดน้ำ ที่รวมธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม (Secondary & Micronutrients) ในสัดส่วนที่เหมาะสมและพืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที

1. ส่วนประกอบสำคัญ (Guaranteed Analysis)

  • แคลเซียม (CaO): 10% * หน้าที่หลักคือการสร้างโครงสร้างผนังเซลล์ ทำให้เซลล์พืชแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย

  • โบรอน (B): 0.5%

    • หน้าที่หลักคือช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลและสารอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการผสมเกสร


2. คุณสมบัติและประโยชน์ (Key Benefits)

การผสมผสานระหว่าง แคลเซียม และ โบรอน ในตราแสนราชสีห์ ช่วยแก้ปัญหาและส่งเสริมพืชดังนี้:

  • เพิ่มการผสมเกสร: ช่วยให้ละอองเกสรแข็งแรง งอกงามดี เพิ่มโอกาสการติดลูก (Fruit Set) ลดปัญหาดอกหลุดร่วง

  • ป้องกันผลแตกและก้นเน่า: ช่วยให้ผนังเซลล์ของผลไม้มีความยืดหยุ่นและแข็งแรง ลดปัญหาผลแตกในช่วงที่ฝนตกชุกหรือพืชได้รับน้ำกะทันหัน

  • ขั้วเหนียว: ลดการหลุดร่วงของดอกและผลอ่อน ทำให้พืชรับน้ำหนักผลผลิตได้มากขึ้น

  • เนื้อแน่น น้ำหนักดี: ช่วยให้เนื้อผลไม้มีความสม่ำเสมอ รสชาติดี และช่วยยืดอายุการเก็บรักษา (Shelf Life) หลังการเก็บเกี่ยวให้ยาวนานขึ้น

  • สร้างความต้านทาน: ช่วยให้พืชทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ดีขึ้น


3. อัตราการใช้และวิธีการใช้

  • ปริมาณการใช้: 20 - 30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

  • วิธีการ: ฉีดพ่นทางใบให้เป็นละอองฝอยละเอียด พอเปียกทั่วใบและทุกส่วนของพืช

  • ระยะเวลาการฉีดพ่น: * ฉีดพ่นทุกๆ 7-10 วัน

    • เน้นช่วง: ระยะก่อนออกดอก, ระยะเริ่มติดผลอ่อน และระยะก่อนเก็บเกี่ยว 2-3 สัปดาห์


4. พืชที่แนะนำ

  • ไม้ผล: ทุเรียน, มังคุด, เงาะ, มะม่วง, ส้ม, มะนาว, ลำไย (ช่วยเรื่องขั้วเหนียวและผิวสวย)

  • พืชผัก: พริก, มะเขือเทศ, ถั่วฝักยาว, แตงกวา (ช่วยป้องกันก้นเน่าและเพิ่มความกรอบ)

  • พืชหัว: หอม, กระเทียม, มันฝรั่ง (ช่วยให้หัวแน่น น้ำหนักดี)


5. คำแนะนำเพิ่มเติม

  • ขนาดบรรจุ: 500 ซีซี (สะดวกต่อการใช้งานในสวนขนาดกลางและครัวเรือน)

  • การเก็บรักษา: ควรเก็บในที่ร่ม อุณหภูมิปกติ ไม่ให้ถูกแสงแดดจัด และเก็บให้พ้นมือเด็ก

2. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีดพ่น (Timing)

ก. ช่วงเวลาของวัน (Best time of day)

  • เช้ามืด (06.00 - 09.00 น.): เป็นช่วงที่ดีที่สุด เพราะปากใบพืชเปิดกว้างที่สุด พืชจะดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้ทันที และเลี่ยงแสงแดดจัดที่อาจทำให้หน้าใบไหม้

  • เย็น (16.00 น. เป็นต้นไป): หากไม่สะดวกช่วงเช้า สามารถฉีดช่วงเย็นได้ แต่ควรฉีดก่อนพระอาทิตย์ตกเพื่อให้ใบแห้งก่อนค่ำ ป้องกันการเกิดเชื้อรา

ข. ระยะการเจริญเติบโตของพืช (Growth Stages)

การใช้แคลเซียมโบรอนจะเห็นผลชัดเจนที่สุดใน 3 ระยะนี้ครับ:

  1. ระยะก่อนออกดอก: ช่วยสะสมอาหาร ทำให้ตาดอกสมบูรณ์ เกสรแข็งแรง เพิ่มโอกาสการผสมเกสร

  2. ระยะหางแย้/ติดผลอ่อน: (สำคัญมาก) เป็นช่วงที่พืชต้องการแคลเซียมโบรอนสูงที่สุด เพื่อช่วยให้ขั้วเหนียว ลดการหลุดร่วงของลูกอ่อน และช่วยขยายขนาดเซลล์

  3. ระยะขยายขนาดผล: ช่วยให้เปลือกหนา แข็งแรง ยืดหยุ่นได้ดี ป้องกันปัญหา "ผลแตก" เมื่อเจอฝนชุกหรือให้น้ำมากเกินไป


3. วิธีการฉีดพ่นที่ถูกต้อง (Application Method)

  • ฉีดแบบละอองฝอย: ปรับหัวฉีดให้เป็นละอองที่ละเอียดที่สุด (Mist) เพื่อให้เกาะผิวใบได้ทั่วถึง

  • เน้นใต้ใบ: ปากใบพืชส่วนใหญ่อยู่บริเวณด้านล่างของใบ ควรฉีดพ่นย้อนจากล่างขึ้นบนให้เปียกพอประมาณ (ไม่ต้องถึงกับน้ำไหลโจ๊กออกจากใบ)

  • การผสม: หากมีการผสมสารกำจัดแมลงหรือสารกำจัดเชื้อรา ควรผสมแคลเซียมโบรอนลงในน้ำเป็นลำดับท้ายๆ และคนให้เข้ากันก่อนนำไปฉีด


4. ข้อควรระวังและเทคนิคเพิ่มเติม

  • เลี่ยงการฉีดช่วงแดดจัด: เพราะความร้อนจะทำให้น้ำระเหยเร็วเกินไปจนความเข้มข้นของปุ๋ยสูงเกินไป และอาจทำให้ใบไหม้ได้

  • งดฉีดช่วงดอกบานเต็มที่: หากเป็นพืชที่ต้องพึ่งพาแมลงผสมเกสร (เช่น มะม่วง หรือผลไม้บางชนิด) ควรงดฉีดช่วงที่ดอกบานสะพรั่ง เพื่อไม่ให้ละอองน้ำไปรบกวนการทำงานของแมลงและเกสร

  • ผสมสารจับใบ: การผสมสารจับใบ (Surfactant) จะช่วยให้แคลเซียมโบรอนกระจายตัวและซึมเข้าสู่ผิวใบได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะพืชที่มีใบมันหรือมีนวล


สรุปแสนราชสีห์ 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นตอนเช้า เน้นช่วงก่อนออกดอกและตอนติดลูกอ่อน จะช่วยให้ดอกดก ขั้วเหนียว ไม่หลุดร่วงครับ"

สั่งซื้อ / สอบถามเพิ่มเติม